PicoSure vs Pico Discovery ต่างกันยังไง?
สรุปเจาะลึกทางการแพทย์ แบบไหนที่ใช่สำหรับผิวคุณ
สำหรับใครที่กำลังลังเลในการเลือกทำ Pico Laser บทความนี้จะพาทุกคนมาเจาะลึกข้อเท็จจริงทางการแพทย์ (Medical Facts) ของเครื่องเลเซอร์ยอดฮิตอย่าง PicoSure และ Pico Discovery เพื่อแก้ความเข้าใจผิด และช่วยให้คุณเลือกนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้ตรงจุดที่สุดค่ะ
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า "การทำ Pico Laser ทุกชนิดจะต้องจบลงที่หน้าเลือดสาด หรือต้องพักหน้านานเป็นสัปดาห์" ซึ่งในความเป็นจริง ไม่เป็นความจริงทั้งหมดค่ะ! เครื่อง Pico แต่ละรุ่นถูกออกแบบมาด้วยช่วงความยาวคลื่น (Wavelength) และเทคโนโลยีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
1. PicoSure: นวัตกรรมฟื้นฟูเม็ดสีและงานผิวเรียบเนียน (King of Pigmentation)
PicoSure ใช้ช่วงความยาวคลื่น 755 nm (Alexandrite Laser) ซึ่งอ้างอิงตามหลักตารางดูดซับพลังงานทางการแพทย์ (Absorption Spectrum) พบว่า ความยาวคลื่น 755 nm เป็นช่วงที่สามารถถูกดูดซับโดยเม็ดสี Melanin ได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับความยาวคลื่นอื่นๆ จึงส่งพลังงานจำเพาะเจาะจงไปทำลายเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ
โดดเด่นเรื่องการรักษาเม็ดสี: ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหากระ กระแดด กระตื้น กระลึก รวมถึงฝ้า (เมื่อทำควบคู่กับการหลบแดดและทายาอย่างสม่ำเสมอ) โดย PicoSure เป็นหนึ่งในเลเซอร์ไม่กี่ชนิดที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก US-FDA ในการรักษาฝ้าอย่างเป็นทางการ
เทคโนโลยี Focus Lens Array & LIOB: PicoSure ใช้หัวเลเซอร์พิเศษในการสลายพลังงานลงใต้ชั้นผิว เกิดปรากฏการณ์ LIOB (Laser-Induced Optical Breakdown) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ในชั้นใต้ผิว โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ส่งผลให้รูขุมขนกระชับ และ Texture ผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น
Downtime ต่ำมาก อ่อนโยนต่อผิว: หลังทำจะมีเพียงรอยแดงอ่อนๆ พักหน้าเพียง 1–3 วัน ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ตกสะเก็ดหนา และไม่ต้องกังวลเรื่องผิวเลือดสาด
2. Pico Discovery: พลังงานสูงเพื่อการฟื้นฟูรอยแผลเป็นหลุมสิวลึก
Pico Discovery เป็นเครื่องที่ใช้ช่วงความยาวคลื่น 1064 nm และ 532 nm (Nd:YAG Laser) ซึ่งเด่นในเรื่องการส่งพลังงานระดับสูงลงสู่ชั้นผิวลึก
เด่นในเรื่องการรักษาหลุมสิว: เด่นที่โหมด Fractional ซึ่งทำงานคล้ายกับโหมด Focus ของ PicoSure แต่ให้ระดับพลังงานที่เข้มข้นกว่า จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเคสที่มีปัญหาหลุมสิวลึกที่ต้องการพลังงานกระตุ้นการสร้างเนื้อผิวใหม่ระดับสูง
ข้อจำกัดเรื่อง Downtime: เนื่องจากการใช้พลังงานที่สูงเพื่อกระตุ้นผิวในชั้นลึก ผลข้างเคียงที่ตามมาคือ ต้องใช้เวลาพักหน้า (Downtime) นานถึง 1 สัปดาห์ เกิดรอยแดงเข้มและสะเก็ดแผลชัดเจน ซึ่งโหมดนี้เองคือต้นเหตุที่ทำให้หลายคนติดภาพจำว่าทำ Pico แล้วหน้าต้องเลือดสาด แต่ในความเป็นจริงเป็นเพียงแค่บางโหมดของเครื่อง Discovery เท่านั้น
สรุปตารางเปรียบเทียบ: Pico แบบไหนเหมาะกับคุณ?
เลือก PicoSure หากคุณเน้น: การรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยเม็ดสี เคลียร์ผิวหน้าหมองคล้ำ ปรับรูขุมขนและงานผิวเรียบเนียน โดยต้องการพักหน้าน้อยที่สุด (Downtime 1–3 วัน) ไม่กระทบชีวิตประจำวัน
เลือก Pico Discovery หากคุณเน้น: การรักษาหลุมสิวลึกที่ต้องใช้พลังงานสูง และพร้อมที่จะรับระยะเวลาการพักหน้า (Downtime) นานประมาณ 1 สัปดาห์
สัมผัสประสบการณ์ดูแลผิวด้วย PicoSure ที่ SKYN Station Clinic
การเลือกใช้เลเซอร์ที่ดี ต้องมาพร้อมกับความเข้าใจในสภาพผิวอย่างแท้จริง ที่ SKYN Station Clinic คลินิกเลือกใช้นวัตกรรม PicoSure เลเซอร์มาตรฐานระดับโลก เพื่อเน้นตอบโจทย์ปัญหาผิวของคนไข้ส่วนใหญ่ที่ต้องการผลลัพธ์เรื่องเม็ดสีและงานผิวเนียนใส โดยไม่ต้องเสียเวลาพักหน้านาน
ทำไมต้องดูแลผิวที่ SKYN Station Clinic?
ทำเลสะดวกเดินทางง่าย : คลินิกตั้งอยู่ติด BTS เพลินจิต เดินทางสะดวกสบาย
ดูแลโดยแพทย์ประสบการณ์สูง : ทุกเคสได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ทางการแพทย์มากกว่า 15 ปี
วิเคราะห์ผิวเชิงลึกด้วยเทคโนโลยี : ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนทำด้วย Dermoscope และเครื่องสแกนผิว เพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวอย่างถูกต้อง
การรักษาแบบ Tailor-made : ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ปรับตั้งค่าโหมดพลังงานให้เหมาะกับผิว และมีการ Combine เลเซอร์มากกว่า 1 เครื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา
ตรงไปตรงมา จริงใจ : ไม่มีเซลล์คอยกดดันขายคอร์ส ให้คำปรึกษาอิงจากหลักการแพทย์และข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ในราคาที่เข้าถึงได้จริง
หากคุณต้องการประเมินว่าสภาพผิวของคุณเหมาะกับการรักษาด้วย PicoSure หรือไม่ สามารถเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวและรับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ที่ SKYN Station Clinic